สวัสดีค่ะ

ข้าวหอมเองนะคะ

ตอนนี้ดีใจมากที่มีเว็บเป็นของตัวเอง ข้าวรักในการอ่านนิยาย และเขียนนิยาย หากว่าท่านไหนที่เคยรู้จักข้าวหอม/คนเขียนฝัน/วิชชุวรา/นารินนา/รรินดาอละน้องใหม่เพิ่งคลอด คือ เพลงบินใบไม้ค่ะ แวะมาแล้วอย่าลืมมาเยี่ยมชมผลงานกันบ้างนะคะ
Digg  Sphinn  del.icio.us  Facebook  Mixx  Google  BlinkList  Furl  Live  Ma.gnolia  Netvouz  NewsVine  Pownce  Propeller  Reddit  Simpy  Slashdot  Spurl  StumbleUpon  TailRank  Technorati  TwitThis  YahooMyWeb
 

Princess Le Vent

 
 

ม่านมนตรามายาลวง ตอนที่ 2

Created Wed 24 Mar 2010 02:21:06 AM SGT | Last change Wed 24 Mar 2010 02:31:19 AM SGT
ณ ดินแดนอันแสนไกลจากประเทศไทย ดินแดนแห่งธรรมชาติอันงดงาม แวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ฤดูร้อนสีสันแปลกตา เพราะที่นี่กำลังก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
พระวรกายสูงกำลังทอดพระเนตรความขจี ของเหล่าต้นไม้ใบหญ้า อย่างสำราญในพระอารมณ์
ปล่อยให้เหล่าทหารที่เดินยามอยู่เมียงมองอย่างสงสัย ว่า ทรงเป็นอันใดไป แต่ก็ไม่มีสักคนที่จะกล้าเอ่ยปากถาม
เจ้าชายอิสินธรกำลังหวนคำนึงถึงเจ้าของผิวแก้มเนียนนุ่มที่เคยได้สัมผัสมา เมื่อคราทดลองวิชาที่เพิ่งสำเร็จไป ทั้งนี้ หลังจากที่พระเชษฐากับปาณิสราได้อภิเษกไปแล้ว ทรงเล็งเห็นว่า ตำแหน่งพระอุปราชที่ได้รับมานั้น มีความสำคัญก็จริงอยู่ แต่มิได้ปรารถนาที่จะประทับที่วังหลวง
พระองค์ทรงรัก สิงขรวัตร มากกว่า เพราะทรงย้ายมาประทับที่นี่ตั้งแต่สร้างเมืองมาใหม่ๆ
ถึงจะไม่กว้างขวางเท่าเมืองหลวง แต่ความงดงามของธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ทรงโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งในพระอารมณ์เช่นนี้แล้ว สิ่งใดก็งดงามไปเสียหมด
ทรงจำได้ไม่ลืมว่า ตาโตนั่นเบิกกว้างเช่นไรที่ทรงเดินเข้าไปจุมพิตเธอ
จำได้ว่า สราเคยเล่าให้ฟังเช่นกัน ว่า อธีราเป็นคนที่อารมณ์ร้อน หากวันนั้นไม่ทรงใช้พระเวทย์ ไหนเลยจะเข้าถึงตัวเธอได้
“แล้วเราจะได้พบกันอีก สาวน้อยของฉัน”
เสียงสรวลแผ่วเบาดังขึ้น ก่อนจะเสด็จกลับเข้าสู่พระตำหนักด้านใน


ร่างบอบบางที่กำลังนั่งเล่นที่อุทยานอย่างสบายใจ โดยมีร่างอุ้ยอ้ายของลำดวนนั่งอยู่ข้างๆ
จะว่าไปท่านชาครีย์นี่ก็เก่งไม่หยอก ผ่านมาไมถึงสามปี ลำดวนก็มีท้องที่สองแล้ว ส่วนเธอนี่สิ ยังไม่มีสักคนเลย นี่องค์กฤษณะก็รับสั่งเย้าแหย่พระสหายเหมือนกันว่า ไม่รู้ว่ามียาดีอะไร ถึงได้อุบเงียบไม่บอกกล่าวพระองค์บ้างเลย
ยังนินทาไม่ทันจะหยุดพัก พระวรกายสูงหนาขององค์ราชาก็เสด็จมาพร้อมท่านขุนพล ที่ยังคงสง่างามดุจเดิมไม่มีผิด
“นึกแล้วเชียวว่าพวกเจ้าต้องมาอยู่ที่นี่ เมื่อครู่เราเข้าในตำหนักแล้วไม่เห็นใคร”
ตรัสลอยก่อนจะประทับนั่งเคียงข้างเธอ พระเนตรก็ทอดมองที่ลำดวน มุมพระโอษฐ์ยกคล้ายจะสรวล จนชาครีย์ต้องรีบขัดขึ้นมาเสียก่อน
“ห้ามฝ่าบาทล้อหม่อมฉันเรื่องนี้นะพระเจ้าค่ะ “
ปาณิสราหัวเราะอย่างเห็นเป็นเรื่องขบขัน ไม่รู้สิ เธอเองก็เฝ้ารอเหมือนกัน ว่าเจ้าชายเจ้าหญิงองค์น้อยๆ จะมาเกิดกับเธอ แต่ก็นานเหมือนกันนะ ผ่านไปตั้งสามปีแล้ว
เมื่อไม่นานมานี้ เธอก้เพิ่งกลับมาจากการไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่กรุงเทพ ท่านยังแข็งแรงดีมาก
ที่นั่นคล้ายจะผ่านไปไม่ถึงปีเสียด้วยซ้ำ ทุกอย่างยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง
แต่น่าเสียดาย เธอไม่พบเพื่อนรักอย่างอธีราเลย เพราะหญิงสาวได้พาตัวเอง ไปสอนหนังสือให้กับเด็กที่ชนบทแทนการใช้ชีวิตอย่างศิวิไลซ์ที่กรุงเทพ
นี่พอพูดถึงส้ม ก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาได้ หลังจากงานบูชาอัคคีแล้วใครคนนั้นก็หายลับไปเลย
“นี่เจ้าพี่อิสินธรเป็นอย่างไรบ้างคะ ไม่เห็นส่งข่าวคราวมาบ้างเลย”
“ก็คงง่วนอยู่กับการฝึกวิชาล่ะมั้ง เห็นว่าคราวนี้น่าจะเอาจริง ใช่ไหม ชาครีย์”ทททกฤษณอาภาตรัสตอบ ก่อนจะหันพักตร์ไปขอความเห็นจากชาครีย์อีกแรง
“พระเจ้าค่ะ เห็นทหารเล่าว่าไม่เสด็จไปไหนเลย ทรงใช้เวลาในการวาดภาพฝีพระหัตถ์ บางคราก็ออกมาชมสัตว์ที่ทับบ้าง”
หญิงสาวพยักหน้า อย่างเข้าใจ ทับที่ว่าคงเป็นรวิรายาสินะ เธอจำได้ว่าเคยไปเล่นไล่จับสิงสาราสัตว์ที่นั่นอยู่พักหนึ่งเช่นกัน
“มีอะไรหรือเปล่าสรา”
“เปล่าค่ะ สราแค่อยากรู้ว่า เรื่องของยายส้ม เจ้าชายดำเนินการไปถึงไหนแล้ว”
หญิงสาวยังเป็นห่วงว่า เรื่องของเพื่อนรักอาจมีปัญหามากมายเช่นเมื่อคราวที่เธอกับสวามีอยู่กันคนละมิติ เพราะเป็นเรื่องยากเหลือเกิน ที่จะไปพบหน้ากันได้ และยังกังวลอีกว่า เจ้าชาย จะรักเพื่อนเธอจริงหรือเปล่า หรือจะเป็นเพียงรักแรกพบ แล้วก็ลืมเลือนไปตามการเวลา

เสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาใกล้ หากพระวรกายที่นิ่งสงบ ยังไม่มีท่าทีว่าจะเคลื่อนย้ายองค์หรือเปลี่ยนพระอริยาบถเป็นท่าอื่น ยังคงนั่งเหม่อ สายเนตรคล้ายจะไปยังที่อื่นที่อยู่แสนไกล ไกลห่างจากสิงขรวัตรเหลือเกิน
“นี่ อิสินธร เป็นอะไรไปหรือ”ผู้ที่เดินทางมาถึงคือเจ้าชายแห่งวัธยานั่นเอง เจ้าชายเนมินธร ที่ผิดหวังจากเรื่องของปาณิสราในครั้งนั้นก็ยังทรงไปมาหาสู่กันอย่างสม่ำเสมอดุจเดิม แม้ว่าในคราแรกนั้นจะทรงหนีหายไปเป็นนาน แต่แล้วเมื่อหักห้ามพระทัยได้ก็กลับมาเยี่ยมเยือนพระสหายสนิทเช่นเดิม
“หืม มีอะไรหรือเปล่าท่านชายใหญ่”ที่รับสั่งเย้าแหย่เช่นนี้ก็เพราะทรงทราบดีว่าเจ้าชายรัชทายาท ทรงมีพระขนิษฐาอีกพระองค์ที่ไม่เคยปรากฎองค์ที่ไหนมาก่อนเลย แต่เพราะความสนิท บางคราก็จะทรงรับสั่งเล่าเรื่องส่วนพระองค์เพื่อเป็นการปรับทุกข์เสมอ
“เปล่าหรอก เราเห็นท่านกำลังนั่งใจลอยอยู่ คิดไปถึงไหนแล้วนั่น”แทนคำตอบคือ เสียงลมพระปัสสาสะที่ระบายออกอย่างกลัดกลุ้มพระหทัย
คิดถึงเจ้าเนื้อนวลคนนั้น คิดว่าจะทำเช่นไร ถึงจะได้พบเจอนางอีก
“อย่าบอกนะว่าคิดถึงนางในภาพวาดอีก”พระพักตร์เรียวขยับอย่างยอมรับความเป็นจริง หลายปีมานี้ ทรงเฝ้ามองแต่นางในภาพวาด ที่ทรงติดอยู่ในสายพระเนตรมาโดยตลอด ยิ่งได้พบเจอ นางก็งดงามมากขึ้นทุกที นี่พระองค์จะทำเช่นใดดีนะ ถึงจะได้ใกล้ชิดกับนางบ้าง
“ท่านนี่นะ คิดถึงก็ต้องเป็นคนไปหาเขาสิ ว่าแต่ว่าตอนนี้นางอยู่ที่ใดหรือ”เนมินธรเป็นผู้ตรัสเสนอขึ้น ถ้าเป็นเขาหากยังพอมีหวังไม่ยอมอยู่เฉยแน่
“นางอยู่ไกลมากเลยนะ เนมิน”ทรงหันมารับสั่งตอบพระสหาย ก่อนทอดถอนพระปัสสาสะ ไกลมาก คนละมิติเลยล่ะ
“แล้วนางอยู่ที่เมืองใดเล่า”
“กรุงเทพ” พระขนงของเจ้าชายอีกพระขมวดมุ่น มันแคว้นใดกัน ชื่อถึงได้แปลกหูเช่นนี้ คล้ายจะไม่เคยได้ยินมาก่อน
“แล้วห่างไกลสักเท่าไหร่หรือ อิสินธร” ทรงประทับนั่งลงข้างพระเก้าอี้ ด้วยสายพระเนตรใครรู้เต็มที นี่เป็นเมืองใหม่ที่ไม่ปรากฎกับพระกรรณมาก่อนเลย แม้จะรู้จักปาณิสรา แต่ความลับที่เธอเป็นมานั้น ทุกคนก็ไม่เคยได้เล่าสู่ผู้ใดให้ได้ฟังอีกเลย จึงไม่แปลกที่จะไม่ทรงทราบเรื่องนี้
“หากท่านได้เห็นอย่างที่เราเห็น ท่านจะไม่อยากเชื่อเลย เนมิน ว่า อีกหลายร้อยหลายพันปีจากนี้ไป ทุกอย่างจะไม่เหมือนเก่าก่อน ผู้คนก็ไม่เหมือน”
รับสั่งคล้ายกำลังประทับอยู่ ณ อีกมิติหนึ่ง ที่ที่เต็มไปด้วยความพลุกพล่าน วุ่นวาย ของผู้คน แต่เนมินธรนั้น ก็ยังรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากแก่การเข้าพระทัยอยู่ดี เช่นนั้นจึงตรัสเปลี่ยนเรื่องเสียเลย
“แล้วนี่เมื่อไหร่ท่านจะได้พระนัดดาน้อยเสียที เราได้ยินมาว่า ในวังหลวงหวานกันอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ”
แม้จะอยู่ไกล แต่กิตติศัพท์ความรักพระมเหสีขององค์ราชากฤษณะก็เป็นที่เลื่องลือ เพราะนอกจากจะเชี่ยวชาญในพระเวทย์ ในการรบแล้ว ยังทรงเป็นพระสวามีที่น่ารักอีกด้วย แม้ว่าผ่านไปเป็นเวลาถึงสามปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีองค์ชายหรือองค์หญิงน้อยเลย
“จริงสินะ เราเองก็มัวแต่เคร่งเครียดกับการเรียนกับพระอาจารย์อยู่ ไม่ได้เข้าไปเยี่ยมพวกเขาเลย ป่านนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง”
ชาครีย์ก็มีลูกชายเป็นคนแรก แถมยังมีในท้องอีกหนึ่ง แซงหน้าสหายทุกคนไปไกลลิบ
นี่ เห็นที่ต้องเข้าวังเสียหน่อยแล้วกระมัง
Login user: Email  Password  Registration
:-):-D:-D:-P:-O:-(:-B:-/:-o;-)B-):-X>-)]-|[-][-]love
Send anonymously or enter name:
Email:
Please retype the anti-spam code "6803":
 
 
Name
Email
Comment
Or visit this link or this one